สาวๆต้องอ่าน! 5 เคล็ดลับจากธรรมชาติที่จะช่วยกำจัดรอยแดงบนใบหน้า
อาการของโรคผิวหนังที่สร้างความรู้สึกกวนใจมากที่สุดคือการเป็นสิวและมีรอยแดงเต็มใบหน้า หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือเป็นรอยแดงกะดำกะด่าง นอกจากนี้ยังมีคนที่เป็นโรคโรซาเซียหรือโรคสิวหน้าแดงซึ่งถูกกระตุ้นจนผิวกลายเป็นสีแดงได้โดยง่ายจากแสงอาทิตย์หรือไวน์ ส่วนโรคผื่นผิวหนังอักเสบจะทำให้เกิดรอยแดงรอบปาก คาง จมูก และแม้แต่ใกล้ๆกับบริเวณดวงตา และนี่คือตัวอย่างง่ายๆในการรักษารอยแดงบนใบหน้าซึ่งคุณสามารถทำได้ที่บ้านอย่างอ่อนโยนและได้ผลดีจริงๆ
1. มาส์กแตงกวา
แม้ว่าจะยังไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่าแตงกวาสามารถแก้ปัญหารอยแดงบนใบหน้าได้ แต่มันก็ได้รับการบันทึกว่าเป็นยารักษาพื้นบ้านมานานหลายร้อยปี ย้อนกลับไปต้นปี ค.ศ.1649 เมื่อนักพฤกษ์ศาสตร์และแพทย์ Nicholas Culpeper ได้เขียนประโยชน์ของแตงกวาในการขจัดรอยแดงออกจากใบหน้า เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดคุณสามารถฝานแตงกวาหรือใส่เครื่องบดเพื่อนำมามาส์กหน้า ทางที่ดีควรใช้แตงกวาที่แช่เย็นเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับใบหน้า
2. อาหารต่อต้านรอยแดง
สรรพคุณเพื่อลดการอักเสบอย่างมีระบบและเพื่อระบายความร้อนภายในร่างกาย คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มความร้อน เช่น แอลกอฮอล์ อาหารรสจัด และเครื่องดื่มประเภทร้อน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโปรไบโอติกก็มีประโยชน์เช่นกัน รวมทั้งอาหารที่ให้ความเย็นด้วย เช่น แอปเปิ้ล คื่นช่าย มะพร้าว แตงกวา แตงโม พีช มะละกอ และผักโขม
3. มาส์คข้าวโอ๊ตคอลลอยด์
ข้าวโอ๊ตคอลลอยด์เป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติที่ให้ประโยชน์เพื่อรักษารอยแดงบนใบหน้าได้ทุกชนิด บางครั้งการรักษาที่ดีที่สุดก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ! ข้าวโอ๊ตคอลลอยด์ให้ทั้งความชุ่มชื้นและดูดซับน้ำมัน รวมถึงรักษาสิวด้วย
วิธีใช้ : เทข้าวโอ๊ตคอลลอยด์บริสุทธิ์ 100% จำนวน 2 ช้อนชาผสมกับน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำมามาส์กหน้า ทิ้งให้แห้งประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้ถึงสัปดาห์ละ 4 ครั้ง
4. น้ำผึ้งมานูก้า
น้ำผึ้งพิเศษชนิดนี้ผลิตในประเทศนิวซีแลนด์โดยผึ้งที่เลี้ยงไว้ในดอกของต้นมานูก้าที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มานูก้ามีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบและมีสารต้านเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในสิว สามารถใช้ได้โดยตรงกับผิวในทุกๆวัน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรคโรซาเซียและโรคเซบเดิร์มซึ่งสามารถกำจัดรอยแดงพร้อมกับรักษาความชุ่มชื้นไปด้วย
5. ชาต่อต้านรอยแดง
ชาที่มีสรรพคุณต่อต้านรอยแดงได้แก่ ชาเปปเปอร์มินต์ ชาคาโมไมล์ และชาเขียว โพลิฟีนในชาเขียวมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูเซลล์ผิว มีงานวิจัยมากมายเกี่ยวคุณประโยชน์ของการดื่มชาเขียว ส่วนชาคาโมไมล์กับชาเปปเปอร์มินต์จะช่วยรักษารอยแดงบนใบหน้าได้ทุกชนิด แต่ควรหลีกเลี่ยงชาคาโมไมล์หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ละอองเกสรหญ้า Ambrosia เพราะว่าพืชทั้ง 2 ตระกูลมีความใกล้ชิดกัน
วิธีใช้ : นำถุงชาอัดแห้งจุ่มลงไปในหม้อต้มน้ำเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นนำน้ำชาไปแช่ในตู้เย็น นำผ้าสะอาดมาชุบน้ำชาและกดบนใบหน้าประมาณ 1 นาที วันละ 1-2 ครั้ง
สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมักจะระคายเคืองต่อผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะที่ทำมาจากพืช ดังนั้นควรใช้ด้วยความระมัดระวังและเลือกทำเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ควรทดสอบจุดเล็กๆก่อนเพื่อสังเกตอาการแพ้ ส่วนผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบขอแนะนำว่าไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงรักษาด้วยสมุนไพรและปรับเปลี่ยนอาหารการกินก็พอ แนวทางปฏิบัติเพื่อรักษาสิว โรคโรซาเซีย และโรคผิวหนังอักเสบคืออย่าเชื่อใจในผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ผิวหนังซึ่งเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลที่อยู่ภายใน การรักษาจากภายในจึงเป็นหนทางที่ได้ผลที่สุดในการรักษาอย่างยั่งยืน
เครดิต: http://issue247.com

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น