WHAT'S NEW?
Loading...

สัญญาณเตือน! ภาวะลำไส้เสียสมดุล ปล่อยทิ้งไว้นานๆ เสี่ยงท้องผูก ลำไส้รั่ว

Advertisements

Advertisements

สัญญาณเตือน! ภาวะลำไส้เสียสมดุล ปล่อยทิ้งไว้นานๆ เสี่ยงท้องผูก ลำไส้รั่ว

ภาวะการขาดความสมดุลของลำไส้ หรือ ลำไส้เสียสมดุล คืออะไร?

มันจะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมา 4 ปอนด์ เมื่อลำไส้ได้รับเชื้อแบคทีเรียจะเปลี่ยนเป็นการขาดสมดุลและอาการของระบบทางเดินอาหารก็จะตามมา รวมไปถึงอาการเหล่านี้ เช่น น้ำหนักเพิ่ม ปวดข้อ ท้องร่วง ท้องอืด อ่อนเพลีย ปวดประจำเดือน ปัญหาการนอนหลับ ปัญหาความจำ ปวดหัว ฯลฯ

ซึ่งในทางการแพทย์และสุขภาพได้กล่าวไว้ว่า ลำไส้มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง สามารถส่งผลต่อความรู้สึกกังวลได้ ลำไส้เปรียบเสมือนสมองที่สอง

มันเป็นวลีที่พบบ่อยและนิยมพูดกันในวงการแพทย์ เช่นการวิจัยเพื่อขยายความเข้าใจให้ครบถ้วนต่อผลกระทบของ ไมโครไบโอม (Microbiome) ประมาณ 95 % ของเซโรโทนิน (serotonin) (ฮอร์โมนความสุขของเรา) ที่ผลิตในลำไส้ของคุณซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเมลาโทนิ (ฮอร์โมนการนอนหลับของเรา)

นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนที่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งมีการผลิตในลำไส้ของคุณ เช่นโดพามีน (ประมาณ 50%) เช่นเดียวกับระบบภูมิคุ้มกัน ประมาณ 80% ของคุณ นอกจากนี้ โรคทางสมอง เช่น พาร์กินสัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับโดพามีนที่อยู่ในระดับต่ำ

ดังนั้นจึงต้องได้รับการรักษาด้วยยาเพื่อเพิ่มระดับโดพามีน และยังสามารถได้รับโปรไบโอทิคส์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

อย่างไรก็ตาม โปรไบโอทิคส์ที่กระจัดกระจายอยู่สามารถรักษาความเจ็บป่วยได้มากกว่าหนึ่ง และสามารถรักษาอาการที่มีปัจจัยเสี่ยงคล้ายๆกันได้อีกด้วย ภาวะ dysbiosis

dysbiosis หมายถึง การขาดความสมดุลของลำไส้ สามารถก่อให้เกิดรั่วซึมของลำไส้ จนนำไปสู่การติดเชื้อ ส่งผลไปถึงการเกิดริ้วรอย ความเครียด อาการคลื่นเหียนอาเจียน และโรคภัยอื่นๆอีกมากมาย

ปัจจัยอื่น ๆ ที่นำไปสู่ dysbiosis เป็นการยกระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนและปัจจัยนี้อาจทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน, น้ำหนักเพิ่ม ความต้องการทางเพศลดลง และอาการปวดประจำเดือน

ลำไส้รั่ว หรือ Leaky Gut

ลำไส้รั่ว เป็นรูปแบบที่พบบ่อยของ dysbiosis มีปัจจัยเสี่ยงที่คล้ายกัน แต่พยาธิสรีรวิทยามีความเชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนาซึ่งเป็นโครงสร้างที่เปิดและปิดเป็นระยะ ๆ เพื่อช่วยให้ของเหลว สารอาหาร และจุลินทรีย์บางชนิดเข้าไปสู่เซลล์ของลำไส้

สารอาหารที่สามารถสร้างอันตรายต่อจุดเชื่อมต่อหนาแน่นนี้ได้แก่ กลูแตน, ผลิตภัณฑ์นม, น้ำตาล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้เกิดช่องขนาดใหญ่และมีสสารไหลผ่านเข้ามา

เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆโดยไม่รู้ตัว ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจะไปต่อสู้กับผู้รุกราน ซึ่งจะพัฒนาไปสู่โรคภูมิแพ้ตัวเอง ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันโตเกินไปเป็นปัจจัยที่ทำให้ลำไส้รั่ว

กรดในกระเพาะอาหารต่ำอาจเกิดจากพันธุกรรมหรืออายุที่มากขึ้น ปริมาณของกรดในกระเพาะอาหารจะลดน้อยลงตามอายุ เราจำเป็นต้องมีกรดในกระเพาะอาหารเพื่อช่วยย่อยอาหารและเยื่อเมือกของกระเพาะอาหารจะช่วยปกป้องกรดกัดเซาะเนื้อเยื่อรอบ ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ภาวะการพร่องของต่อมไทรอยด์ เป็นปัจจัยยับยั้งการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่เหมาะที่สุด เช่น ความเครียดเรื้อรัง, บริโภคอาหารคุณภาพต่ำ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มันจะลดการผลิตและอาจนำไปสู่ความเจ็บป่วย เช่น การติดเชื้อรา Candida หรือ การติดเชื้อเอชไพโลไร h.pylori

นอกจากนี้ การติดเชื้อพยาธิมักเกิดจากการย่อยอาหารไม่ดี อาหารเป็นพิษหรือจากน้ำที่มีคุณภาพต่ำ ภาวะการติดเชื้อสามารถทำให้เชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ถูกตัดขาดและนำไปสู่โรคภัยเช่น ลำไส้อักเสบ การอักเสบของระบบทางเดินอาหาร (IBD) ซึ่งครอบคลุมไปถึงโรคโครห์นและภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบ

การเพิ่มประสิทธิภาพสุขภาพลำไส้ของคุณ

ควรดูแลสุขภาพทางเดินอาหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาจากความหลากหลายของสภาวะสุขภาพที่ซับซ้อนของไมโครไบโอม (Microbiome) และสายพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียที่มีการเชื่อมโยงกับสภาพร่างกายของทุกเพศทุกวัย โชคดีที่หลายปัจจัยเสี่ยงมีความคล้ายคลึงกัน

ดังนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่สามารถลดโอกาสของการพัฒนาใด ๆ ของความเจ็บป่วยเหล่านี้


อ้างอิง : healthiestalternative.com
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/ เว็บไซต์ใดที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ กรุณาช่วยให้ เครดิต และใส่ลิงค์กับมาที่เว็บไซต์ด้วยค่ะ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น