WHAT'S NEW?
Loading...

กระเทียมดำ มีประโยชน์กว่า กระเทียมขาว กินลดไขมันในเลือด ต้านริ้วรอย พร้อมวิธีทำ

Advertisements

Advertisements

กระเทียมดำ มีประโยชน์กว่า กระเทียมขาว กินลดไขมันในเลือด ต้านริ้วรอย พร้อมวิธีทำ

กระเทียมดำ (Black Garlic) คือ การนำกระเทียมสดมาหมักที่อุณหภูมิสูงในสภาวะที่มีความชื้น เป็นเวลา 50-60 วัน และพบว่ากระเทียมดำมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่ากระเทียมปกติถึงสองเท่า และมีกรดอะมิโน 18 ชนิด โปรตีน เอนไซม์ SOD และโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย



Photo B http://www.clipmass.com/story/52299

โดยมีงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า สามารถป้องกันมะเร็ง ส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายจากการป่วยด้วยโรคเบาหวาน ป้องกันและรักษาไข้หวัดใหญ่ ป้องกันความเมื่อยล้า ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ลดคอเลสเตอรอล ต่อต้านริ้วรอย เพิ่มกำลังภูมิคุ้มกัน และช่วยลดอาการนอนไม่หลับ...อ้างอิง...http://www.clipmass.com/story/52299# / คุณ Bowling Kantangkul


Photo By https://en.wikipedia.org/wiki/Black_garlic_(food)

สำหรับกระบวนการผลิต/วิธีทำกระเทียมดำ ได้รับการเผยแพร่จากผู้ประกอบการชาวไทย ที่มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ในเวียตนาม 4 โรงงาน สอบถามนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในเวียตนาม จะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่านได้เป็นอย่างดี ท่านได้ทดลองทำการผลิตแบบลองผิดลองถูกหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่การใช้หม้อนึ่ง ตู้นึ่ง ตู้อบอาหาร หม้อหุงข้าวแบบฝาเปิด หม้อหุงช้าวแบบอุ่นทิพย์ดิจิตอล หม้อหุงข้าวแบบอุ่นทิพย์ธรรมดา จนได้วิธีการผลิตกระเทียมดำค่อนข้างนิ่งและลงตัวแล้ว หรือไม่ค่อยแกว่งแล้วในตอนผลิต นำมาใช้ภายในครอบครัวของท่าน และแจกจ่ายเพื่อนพ้องน้องพี่


จากเดิมที่สรุปกระบวนการผลิตดังนี้

ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซนเซียส ใช้เวลาผลิต 3 เดือน
ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซนเซียส ใช้เวลาผลิต 2 เดือน
ที่อุณหภูมิ 80 องศาเซนเซียส ใช้เวลาผลิต 20 วัน
โดยใช้หม้อหุงข้าวแบบอุ่นทิพย์แบบธรรมดา (มีตัวอย่างภาพด้านล่าง)

ไม่จำเป็นต้องผสมน้ำส้มสายชู หรือ แช่เบียร์ ใช้เพียงแต่กระเทียมสดเท่านั้น

ปัจจัยตัวแปรที่สำคัญในกระบวนการผลิตนี้ ความร้อนกับความชื้นสัมพัทธ์ภายในหม้อหุงข้าว

วัตถุดิบกระเทียมดิบต้องเก่าเก็บพอสมควร ถ้าสดมากเกินไปจะทำให้มีผิวเปลือกด้านนอกสีดำ เพราะน้ำภายในกระเทียมออกมามากในตอนทำ ทำให้ด้านในค่อนข้างฉ่ำน้ำ แต่กินได้ ขายไม่ค่อยได้ อุณหภูมิภายนอกที่กระทบเช่น หนาว ร้อน เย็น และอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้าดับ อุปกรณ์สูญเสีย เป็นต้น

ท่านยินดีแนะนำเป็นวิทยาทาน และให้นำไปใช้โดยไม่สงวนสิทธิ์ พร้อมทั้งยินดีตอบคำถามทาง LINE ID ที่ปรากฎใน Youtube จากการถ่ายทำแบบบ้าน ๆ ของมืออาภัพไม่ใช่มืออาชีพในคลิปนี้ ท่านระบุว่าไม่สะดวกในการตอบทางโทรศัพท์ เพราะภาระงานค่อนข้างมาก กอปรกับในเวียตนามการรับโทรศัพท์ ถ้ามีคนโทรไปจากเมืองไทยจะมีอัตราเรียกเก็บ คนที่รับสายโทรศัพท์ปลายทางต้องจ่ายนาทีละ 15 บาท


ผลผลิตจากหม้อหุงข้าวแบบอุ่นทิพย์แบบธรรมดา

วิธีทำกระเทียมดำ

1. หากระเทียมโทนเบื้องต้นก่อน เพราะมีขนาดเล็ก จะมีจำนวนมากและจุในพื่นที่หม้อหุงข้าวได้มากที่สุด มากกว่ากระเทียมจีนลูกใหญ่ ซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน แต่จะมีจำนวนน้อยกว่าและมีช่องว่างภายในหม้อมาก

2. หากระเทียมที่ค้างเก่า/ค้างเก็บหลายเดือนสักหน่อย เพราะถ้าสด ๆ มักจะมีน้ำภายในกระเทียมมาก เวลาผลิตออกมามักจะมีผิวเปลือกสีดำ เพราะมีน้ำภายในกระเทียมออกมามากกว่าของค้างเก็บ ถ้าจำเป็นต้องใช้ ต้องหาวิธีการให้ลมโชยกระเทียมมาก ๆ เพื่อขับไล่ความชื้นภายในกระเทียมออกให้มากที่สุด ไม่แนะนำให้ไปวางตากกลางแจ้งเพราะจะทำให้กระเทียมเหี่ยว


3. หาเสื้อกล้ามคอกลมผ้าฝ้ายไม่ใช้แล้ว 2 ตัว


4. หาหม้อหุงข้าวแบบอุ่นทิพย์แบบธรรมดา ไม่แนะนำแบบดิจิตอลเพราะมีปัญหาหยุมหยิมมาก เพราะต้องอุ่นตลอดเวลา 20 วัน

ให้กดปุ่มแบบอุ่น/warm เท่านั้น


ขนาด 1.8 ลิตร จะใส่กระเทียมสดได้ประมาณ 2 กิโลกรัมเศษ


ขนาด 3.6 ลิตร จะใส่กระเทียมสดได้ประมาณ 5 กิโลกรัมเศษ


5. เอาเสื้อกล้ามด้านคอเสื้อกับแขนเสื้อ ใส่ลงในหม้อหุงข้าวแล้วคลี่ออก ตรงกลางจะเป็นหลุมพอดี


6. เทกระเทียมลงไปให้มีขนาดพอปิดฝาหม้อได้ และพับเสื้อกล้ามอีกตัวใส่ไว้ด้านบน หรือ topping จะช่วยซับไอน้ำ/หยดน้ำจากฝาไว้ก่อนลงไปถูกผิวกระเทียม แล้วเอาด้านเอวเสื้อปิดทับเสื้อกล้ามที่วางด้านบนกระเทียม


7. ปิดฝาหม้อและกดปุ่มอุ่นอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามกดปุ่มหุงต้มโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้กระเทียมแฉะ/เสียหายเกินเยียวยาได้ ในวันที่ 2 เอามือจับดู ถ้าเริ่มอุ่น ๆ ให้หาผ้าขนหนูขนาดพอสมควร 1 ผืน ปิดทับด้านบนเพื่อรักษาความร้อน กับกันไม่ให้ไอน้ำไหลออกมามาก




8. วันที่ 3 หรือครบระยะเวลา 72 ชั่วโมงแล้ว จับฝาหม้อจะอุ่น ๆ


9. รีบเปิดฝาหม้อดู จะเห็นหยดน้ำเกาะตรงฝาหม้อสแตนเลสด้านใน รีบหยิบเสื้อกล้ามคอกลมที่วางข้างบน/topping ออกมาสะบัด ๆ 3-4 ที แล้ววางกลับเข้าที่เดิมแล้วรีบปิดฝาหม้อทันที


(ส่วนใครจะถนัดท่อง พุธโธ ธัมโม สังโฆ เพื่อนับในใจ/เพื่อบูชาพุทธคุณ แล้วแต่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คัดลอกจากคำบรรยายผู้ทำ)

10. นำเอาผ้าขนหนูปิดไว้ด้านบนฝาหม้อ เพื่อรักษาอุณหภมิ/ความชื้นไม่ให้แกว่งมากกว่าปกติ

11. วันที่ 4,5,6,7 หรือทุก 24 ชั่วโมง เช่น เริ่มลงมือทำตอน 9 โมงเช้าวันที่ 1 ก็เปิดฝาหม้อดูตอน 9 โมงเช้าวันที่ 3 หลังจากครบรอบระยะเวลา 72 ชั่วโมงแล้ว จะเห็นมีหยดน้ำที่ฝาหม้อสแตนเลสด้านใน นำเสื้อกล้ามตัวบน/topping ออกมาแล้วสะบัด ๆ 3-4 ที รีบปิดฝาหม้อทันที พร้อมกับวางผ้าขนหนูไว้แบบเดิม ไฟยังต้องอุ่นที่ตัวอุ่นเหมือนเดิมตลอดเวลา


ภาพกระเทียมดำที่ผลิตขนาด 10 เท่า

12. วันที่ 7 จะมีหยดน้ำเกาะที่ฝาหม้อด้านใน น้อยมากกว่าวันที่ 3,4,5,6 และจะไม่หยดตอนที่เปิดออกมาดู ตั้งแต่วันที่ 8-20 ไม่ต้องไปทำอะไร อย่าไปเปิดฝาหม้อดูภายในแต่อย่างใด เพราะต้องการความร้อนกับความชื้นสัมพัทธ์ ในการทำกระเทียมดำ รอจนครบกำหนด 480 ชั่วโมง บางรุ่นวันที่ 18 ก็กินได้แล้ว (กำลังจะไปถ่ายเพิ่มชุดที่ทำที่บ้านท่านที่ ห.ใ ในวันที่ครบกำหนด 20 วัน)

13. เตรียมลังกระดาษขนาดใหญ่ หรือโต๊ะกว้าง ๆ

14. พัดลมสัก 1- 2 ตัว

15. เอาผ้าแห้งจับหม้อด้านใน ยกออกมาเทกระเทียมลงบนลังกระดาษหรือโต๊ะ แล้วเกลี่ยให้กระจายออกมากที่สุด อย่าทับซ้อนกัน

16. เอาพัดลมเป่ากระเทียมราว ๆ 10-15 นาที หรือจนกว่าจะจับกระเทียมได้ นำมาใส่กล่องหรือขวดแก้ว ไม่ควรนำเข้าตู้เย็นเพราะจะแฉะหรือเปียก


สรุปวิธีทำ

1. กระเทียมที่ผลิตออกมาจะมี 2 แบบ เปลือกน้ำตาล แกะเปลือกออกมาข้างในสีดำ จะเห็นเยื่อขาว ๆ บาง ๆ จับไม่ติดมือ จัดว่าสวยงามตลาดผู้ขาย/ผู้ซื้อนิยมกันมากที่สุด

เปลือกสีดำและแกะข้างในออกมาก็สีดำ เพราะถูกน้ำหยดใส่ แต่กินได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าจะนิ่มกว่า/น้ำฉ่ำแบบเปลือกสีน้ำตาล

บางเม็ดที่ผลิตออกมาจะแข็งกว่าปกติ กินได้เหมือนกันแต่ต้องเคี้ยวมากสักหน่อย

2. รอบการผลิตแบบอุณหภูมิ 60 องศาใช้เวลา 3 เดือน
แบบอุณหภูมิ 70 องศาใช้เวลา 2 เดือน
แบบอุณหภูมิ 80 องศาใช้เวลา 20 วัน
วัสดุกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกระเทียมดำ
ผลผลิตที่ออกมาค่อนข้างนิ่งแล้ว/ไม่แกว่งตัวมาก

3. ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง เบียร์ มาแช่หรือร่วมในกระบวนการทำกระเทียมดำ ใช้แต่เพียงกระเทียมสดค้างเก่า/ค้างเก็บเท่านั้น

ขอให้โชคดีมีความสุขกับการทำกระเทียมดำ






หมายเหตุ

พืชผลทางการเกษตรจะควบคุมคุณภาพค่อนข้างยาก เพราะปัจจัยหลักคือ พันธุ์พืช ดิน น้ำ ลม ไฟ คุณภาพของดิน น้ำฝน/น้ำรดพืชผล/คุณภาพน้ำที่ใช้ ลมเบา/ลมแรง/อากาศชื้น/หนาว/ร้อน ไฟ/แสงแดด ปัจจัยอื่น ๆ มีบ้าง เช่น ระยะเวลาจัดเก็บ การขนส่ง คนงาน ฯลฯ มีผลต่อเนื่องถึงกระบวนการผลิต ทำให้ผลลัพธ์ออกมา บางครั้งเหนือความคาดหมาย ได้ตามมาตรฐาน หรือตำ่กว่ามาตรฐาน ภาษาโรงงานมักเรียกกันว่า มีการแกว่ง ถ้าได้ตามมาตรฐานก็ ค่อนข้างนิ่ง

ตัวอย่าง พืชผลทางการเกษตร พริกขี้หนู กระทบแล้ง 7 วันจะเผ็ดมากที่สุด แต่จะสูญเสียน้ำหนักมากในตอนเก็บ/ขาย องุ่น ต้องแดดจัด ๆ หลายวันก่อนเก็บ เวลานำไปทำไวน์จะมีรสชาติดีมาก แต่ถ้าฝนตกลงมาในช่วงรอแดดจัด ๆ องุ่นชุดนั้นจะเสื่อมรสชาติลงไปมากเลย ลองกองหลังออกลูกแล้วจะเป็นสีเขียวก่อนแล้วเป็นสีเหลือง สลับสีไปมาในช่อลูกลองกองจนครบ 3 ครั้ง จะมีคุณภาพหวานมากที่สุด/รสเปรี้ยวแทบไม่มีเลย แต่ระยะเวลาเก็บรักษาจะน้อยวันลง/เสี่ยงต่อศัตรูพืช เหมือนกับแหล่งที่มาของผลไม้ในเมืองไทย แต่ละแห่งจะมีรสชาติ/คุณภาพแตกต่างกัน

ดังนั้น กระเทียมโทนในแต่ละรุ่นที่นำมาผลิต อาจจะมีการแกว่ง (มาก/น้อย สูง/ต่ำ) ขึ้นกับปัจจัยดังกล่าวด้วย เมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นกระเทียมดำ




แหล่งข้อมูลจาก... สมาชิก pantip / คุณ ravio

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น