ถ้าอยากผิวสวยตลอดไป ต้องเลิกทำแบบนี้ เลิกเถอะ!
ปกติแล้วเราทุกคนต้องการดูแลผิวพรรณอย่างดีที่สุด และในแต่ละวันคุณจะต้องดื่มน้ำ, ทำความสะอาดและบำรุงผิว ซึ่งทุกขั้นตอนก็ต้องปฏิบัติอย่างเหมาะสม แต่ถึงแม้ว่าจะระมัดระวังขนาดนี้แต่ก็ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่เราคิดไม่ถึงว่ามันจะทำร้ายผิวสวยๆของเราได้ และเราควรจะหลีกเลี่ยง อาทิเช่น
1. ระวังรูขุมขนอุดตันระหว่างออกกำลังกาย
เป็นปัญหาระดับชาติไปแล้วกับการไปยิมโดยไม่มีเวลาล้างเครื่องสำอางออก การออกกำลังกายทั้งที่ใบหน้ายังอัดแน่นด้วยเครื่องสำอางจะทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกินและมีโอกาสสูงที่รูขุมขนจะอุดตัน เครื่องสำอางบางชนิดมีน้ำมันที่ทำให้รูขุมขนอุดตันบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และเมื่อบวกกับสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรีย สิวมากมายก็จะผุดออกมา ดังนั้นควรล้างหน้าหรือเครื่องสำอางก่อนที่จะไปออกกำลังกายเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรูขุมขนอุดตัน
2. เลิกแกะสะเก็ดแผลเป็น
ผู้คนส่วนใหญ่มักคิดว่าถ้าแกะสะเก็ดออกแล้วแผลเป็นจะหายไป แต่เสียใจด้วยเพราะแผลเป็นยังคงอยู่จ้ะ สำหรับแผลเป็นขนาดเล็กซึ่งเกิดจากมีดโกนหรือรอยข่วนที่ยังไม่เกินหกเดือนเราสามารถใช้ครีมซิลิโคนเพื่อลดอาการนูนและรอยแดงได้ ซึ่งควรทาวันละ 2 ครั้งนานติดกัน 2 เดือนเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ส่วนแผลเป็นที่เกิดขึ้นมานานแล้วขอแนะนำให้รักษาด้วยการยิงเลเซอร์อย่างน้อย 4 ครั้งเพื่อลดขนาดของแผลเป็นและฟื้นฟูผิวให้ใกล้เคียงกับสีผิวธรรมชาติ
3. ลืมบำรุงส่วนคอและหน้าอก
ผิวหนังบริเวณคอและหน้าอกมีความสำคัญและบอบบางไม่แพ้กับผิวหน้าของคุณ ผลิตภัณฑ์ชะลอความแก่และลดเลือนริ้วรอยที่คุณใช้กับผิวหน้าควรนำมาใช้กับคอและหน้าอกของคุณด้วย
4. พฤติกรรมการกิน
กินอย่างไรได้อย่างนั้น! คุณต้องแปลกใจแน่ๆว่านมส่งผลกระทบต่อผิวพรรณของคุณมากขนาดไหน เพราะนมคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิวหัวช้างมีอาการอักเสบรุนแรง ดังนั้นควรดื่มนมอัลมอนด์ไม่หวาน หรือนมถั่วเหลืองวานิลลาแบบไม่หวานจะดีกว่า
5. บีบสิว
มีหลายเหตุผลที่เราไม่ควรบีบสิว เพราะจะทำให้ใบหน้ามีแผลเป็นและจุดด่างดำ ต่อให้ปกปิดด้วยเครื่องสำอางก็ยังมองเห็นอยู่ดี การบีบสิวทำให้เกิดความเสียหายบริเวณใต้ผิวหนังซึ่งต่อมาก็จะทำให้เป็นสิวมากยิ่งขึ้น และปัญหาสิวจะไม่มีวันหมดไปจากใบหน้าของคุณ
6. ขัดผิวมากเกินไป
การขัดผิวมีประโยชน์ต่อผิวหนังของคุณแต่หากมากเกินไปก็จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองและแตกเป็นขุย ซึ่งทำให้ไม่สามารถแต่งหน้าได้เนื่องจากผิวหนังบางเกินไป ดังนั้นเราต้องหยุดการขัดผิวบ้าง ซึ่งการขัดผิวที่บ้านไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้งโดยใช้เม็ดสครับที่ไม่หยาบหรือใหญ่เกินไป หรือผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้
7. ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมที่ร้อนจนเกินไป
ความร้อนจากเครื่องเป่าผมอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตกซึ่งต่อไปในอนาคตอาจจะถึงขั้นเสียหายถาวร ฉะนั้นควรใช้ลมร้อนแต่พอดี หรือใช้ลมเป่าที่ไม่มีความร้อนจะดีที่สุด
8. หลับทั้งเครื่องสำอาง
ไม่สำคัญว่าเราเหนื่อยจากการทำงานหรือไปเที่ยวกับเพื่อนแบบสนุกสุดเหวี่ยงมาขนาดไหน แต่การดูแลผิวในยามค่ำคืนย่อมเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ การล้างหน้าก่อนนอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากและต้องล้างให้สะอาดหมดจดที่สุด หากคุณเป็นคนผิวมันหรือเป็นสิวง่ายควรกำจัดน้ำมันส่วนเกินที่ออกมาในระหว่างวันด้วย ยังไม่รวมถึงเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงต่างๆที่อาจก่อให้เกิดรูขุมขนอุดตันได้ ฉะนั้นดูแลเรื่องความสะอาดของผิวหน้าให้ดีแล้วขั้นตอนอื่นๆก็จะง่ายขึ้น
9. เลิกเอามือเท้าคางได้แล้ว
พฤติกรรมเช่นนี้อาจทำให้เกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น และผิวหนังหย่อนคล้อย ดังนั้นควรเลิกเอามือเท้าคางได้แล้ว!
10. ขยี้ตา
การขยี้ตาอาจทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตา เราควรล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาโดยใช้สำลีชุบน้ำเช็ดเบาๆ หากมีอาการคันบริเวณดวงตาหรือดวงตาอ่อนล้าควรใช้ยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง ผิวรอบบริเวณดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางมากที่สุดและเป็นส่วนแรกที่บ่งบอกถึงอายุ การดึงหนังตาเพื่อใส่คอนแทคเลนส์, การทาอายไลเนอร์หรือการขยี้ตาอย่างรุนแรงอาจทำให้เส้นใยคอลลาเจนกับอีลาสตินใต้ผิวหนังฉีกขาดและเสียหายได้ รวมทั้งทำให้เกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ดังนั้นควรทาครีมรอบดวงตาโดยใช้นิ้วนางซึ่งเป็นนิ้วที่เบาที่สุด
11. นอนคว่ำ
การนอนคว่ำอาจทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้ ดังนั้นพยายามนอนหงายเพื่อหลีกเลี่ยงริ้วรอยที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
12. ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือดูดน้ำจากหลอด
เราทุกคนรู้ดีว่าการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อผิวหนัง แต่หลายคนไม่รู้ว่ามากแค่ไหน การสูบบุหรี่คือสาเหตุของการเกิดรอยเหี่ยวย่นรอบปาก ขณะที่การดูดน้ำจากหลอดก็ให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน ส่วนการเคี้ยวหมากฝรั่งก็ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นรอบปากรวมไปถึงขัดขวางการสร้างเนื้อเยื่อในปากอีกด้วย ดังนั้นการ ลด ละ เลิก พฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยป้องกันริ้วรอยไม่ให้เกิดก่อนเวลาอันควร
13. เลียและกัดริมฝีปาก
ริมฝีปากแห้งเป็นเรื่องน่ารำคาญก็จริง แต่การเลียริมฝีปากก็ไม่ใช่ทางแก้ที่ถูกต้อง เนื่องจากน้ำลายจะทำให้ริมฝีปากแห้งและแตกยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นควรทาด้วยลิปบาล์มหรือลิปมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี
เครดิต: http://issue247.com/beauty

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น