WHAT'S NEW?
Loading...

ใช่เลย! 7 ข้อที่ควรทำ ถ้าไม่อยากแก่ไปแล้วความจำเสื่อม

Advertisements

Advertisements

ใช่เลย! 7 ข้อที่ควรทำ ถ้าไม่อยากแก่ไปแล้วความจำเสื่อม

หลีกหนีอัลไซเมอร์กันอย่างไร ?? อัลไซเมอร์(Alzheimer) โรคนี้เป็นโรคที่ผู้เขียนกลัวที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ มากกว่า มะเร็ง, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูงเสียอีก คงไม่มีใครอยากเป็นป้าแก่ความจำเสื่อมเป็นภาระให้ลูกหลานใช่มั้ยคะ ส่วนตัวแล้วความเจ็บป่วยทางร่างกายไม่เจ็บปวดเท่าความรู้สึกรัดทนตัวเองและการเป็นภาระให้คนรอบข้าง เราลองมารู้จักโรคนี้และแนวทางป้องกันกันดีกว่าค่ะ

อัลไซเมอร์ เป็นภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อย โรคนี้ค้นพบเมื่อพ.ศ. 2449โดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันชื่อว่าอาลอยส์ อัลซไฮเมอร์ (Alois Alzheimer) โรคนี้จัดเป็นโรคความเสื่อมที่รักษาไม่หายและจัดเป็นอาการป่วยระยะสุดท้ายอาการที่พบในระยะแรกคือการสูญเสียความจำเมื่อโรคดำเนินไประยะหนึ่งผู้ป่วยจะมีอาการสับสนหงุดหงิดง่ายและก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน เสียความสามารถทางภาษา สูญเสียความทรงจำระยะยาวและเพิกเฉยต่อสิ่งต่างๆ เนื่องจากผู้ป่วยเสียการรับความรู้สึกและต่อมาจะสูญเสียการทำงานต่างๆ ของร่างกาย และเสียชีวิตในที่สุด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอัลไซเมอร์สชาวอเมริกัน ชื่อ Dr. Neal Barnard ที่หันมาสนใจและศึกษาเรื่องนี้เพราะว่าทั้งคุณพ่อคุณแม่คุณปู่ คุณย่า คุณตาคุณยายของคุณหมอท่านนี้ต่างพากันเป็นอัลไซเมอร์สคุณหมอพบว่าสมองของคนเป็นโรคอัลไซเมอร์สนั้นเมื่อตรวจดูแล้วพบว่ามี “โลหะหนัก” มากกว่าคนทั่วๆ ไป โลหะหนักเหล่านี้เช่น Iron Copper Zinc ซึ่งมักปะปนมากับการทานผลไม้ที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงการดื่มน้ำที่ปนเปื้อน การทานวิตามินรวมที่มี Minerals ผสมอยู่มากเกินที่ร่างกายต้องการ รวมถึงการทานเนื้อสัตว์และนมในปริมาณมากๆเป็นประจำทุกวัน โลหะหนักเมื่อเข้าไปปนเปื้อนในสมองแล้วจะทำให้เส้นใยสมองในบริเวณนั้นตาย ส่งผลให้เราใช้สมองในบริเวณนั้นไม่ได้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้ในสมองส่วนนั้นก็ใช้การไม่ได้ไปด้วยจึงทำให้เราหลงลืมนั่นเองสิ่งที่เราควรทำก็คือ

1. การทานอาหารพืชผักเป็นหลักซึ่งมีโลหะหนักต่ำ มีไขมันแย่ๆต่ำ และมีวิตามินสูงเช่น มันเทศ มะม่วง บร็อคโคลีเม็ดฟักทอง พริกหวาน ข้าวโพด ข้าวซ้อมมือ นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ ถั่วแดงถั่วดำ และถั่วทุกประเภท แอสพารากัส เคล กล้วย ส้ม เลนทิล และข้าวโอ๊ต

2. บริโภควิตามินที่จำเป็นในแต่ละวัน ได้แก่ วิตามินอีจากอาหารเช่น ธัญพืช ถั่ว ผักใบเขียวควรรับประทานวันละ 15 มิลลิกรัม และวิตามินบี 12 วันละ 2.4 ไมโครกรัม

3. หลีกเลี่ยงวิตามินและเกลือแร่ที่เป็นธาตุโลหะหนัก เช่น ธาตุเหล็กและคอปเปอร์ และสารอะลูมิเนียมที่เจือปนมาในอาหารและของใช้ต่างๆ เช่น เครื่องครัวและผงฟู

4. ใช้ชีวิตให้สนุกสนาน ไม่เครียดหรือเคร่งครัดเกินไป

5. ทำกิจกรรมฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอซักวันละ30-40 นาที เช่น การเล่นทายคำศัพท์, อ่านหนังสือพิมพ์, เรียนภาษาใหม่ๆ เพราะกิจกรรมการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น

6. นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7 ชั่วโมง

7. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 120 นาที โดยในแต่ละครั้งควรออกกำลังกาย 40 นาที เช่น เดินเร็งครั้งละ 40 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

เครดิต: www.girlsfriendclub.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น