9 สมุนไพรรักษาฝี สูตรโบราณ ปลอดภัย หายเร็ว ไม่ยุ่งยาก !
หลายคนคงสงสัยกันใช่ไหมคะว่า ฝีนั้นเกิดมาได้ยังไง? จะขึ้นบริเวณไหน?อะไรยังไงใช่ไหมค่ะ วันนี้เราจะมาแก้ข้อสงสัยของพวกคุณกัน ฝีมักเกิดบริเวณที่อับชื้น มีเหงื่อ หรือบริเวณนั้นมีการเสียดสีกันมากจนเกินไป
ซึ่งบริเวณที่เกิดการสะสมเชื่อโรคได้แก่ บริเวณคอ รักแร้ เต้านม ต้นขา ก้น หรือแม้กระทั่งบริเวณอวัยวะเพศ! นอกจากนี้ยังมีสาเหตุภายในที่ทำให้เกิดฝีอีกด้วย เช่น การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือคนที่เป็นโรคเบาหวาน การรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์เป็นประจำ
ซึ่งยาประเภทนี้จะไปกดระบบภูมิคุ้มกันที่คอยต้านโรค นอกจากนี้ฝียังเกิดจากการที่เรามีปัญหาทางด้านโภชนาการอีกด้วย
หลายคนสงสัยว่าเอ… อาการแบบไหนกันที่เรียกว่าฝี บริเวณที่เกิดฝีจะเป็นบริเวณที่ผิวหนังติดเชื้อ มีอาการอักเสบ ปวด บวม เป็นตุ่มแข็งๆ มันก็จะโตขึ้นเรื่อยๆและเมื่อผ่านไปไม่กี่วันฝีนั้นก็จะแตกออกมาเอง
ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยแล้ว กับ 9 สมุนไพรไทยที่ช่วยรักษาฝี
ชนิดที่ 1.ขมิ้นชัน
ในขมิ้นชันนั้นมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสรรพคุณในการฆ่าแบคทีเรีย ช่วยลดอาการอีกเสบ และยังช่วยในการสมานแผลอีกด้วย
วิธีการทำ
1.ใช้เหง้าสดยาวประมาณ 2 นิ้ว มาฝนกับน้ำต้มสุกแล้วทาบริเวณที่เป็นฝี หรือจะให้เป็นผงขมิ้นโรยโดยตรงก็ได้
ชนิดที่ 2.ใบบัวบก
ในใบบัวบกจะมีสารที่มีฤทธิ์สมานแผล ฆ่าแบคทีเรีย และลดการอีกเสบ เช่นเดียวกับขมิ้นชัน และยังฆ่าเชื้อโรคได้อีก
วิธีการทำ
1.นำใบบัวบกทั้งต้นสด 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด
2.นำมาตำให้ละเอียด
3.คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่เกิดฝี จะใช้กากใบบัวบกพอกด้วย ซึ่งวิธีการนี้แนะนำให้ทำ 3 ครั้งต่อวัน ทำแบบนี้จนหายจากอาการเป็นฝี
ชนิดที่ 3. ฟ้าทะลายโจร
หลายๆคนคงเคยรู้สรรพคุณว่าฟ้าทะลายโจรช่วยในการแก้ร้อนในกันใช่ไหมคะ แต่ฟ้ามะลายโจรยังช่วยลดอาการอักเสบของฝี และยับยั้งแบคทีเรียได้อีกด้วย
วิธีการทำ
1.ตำใบฟ้าทะลายโจร
2.พอกใบฟ้าทะลายโจรที่ตำลงไปบริเวณที่เป็นฝี วิธีนี้นอกจากตำแล้วอาจนำไปคั้นเป็นน้ำแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝีอีกได้เช่นกัน
ชนิดที่ 4. เปลือกมันคุด
หลายคนคงเคยกินมังคุดแล้วโยนเปลือกทิ้งโดยไม่รู้ว่าเปลือกนั้นมีประโยชน์ในการรักษาฝีได้! รักษษฝีได้โดยในเปลือกมังคุดมีสารที่ช่วยสมานแผลและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
วิธีการทำ
1.เปลือกผลแห้ง นำไปย่างไฟให้เกรียม
2.ฝนกับน้ำปูนใส แล้วนำไปทาบริเวณที่เป็นฝี
ชนิดที่ 5. ว่านหางจระเข้
ซึ่งการรักษาฝีโดยใช้ว่านหางจระเข้ เราจะใช้ส่วนที่เป็นวุ้นของใบ ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยสมานแปลได้
วิธีการทำ
1.นำใบว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือก
2.ล้างยางออกด้วยน้ำต้มสุกหรือน้ำด่างทับทิม
3.ขูดเอาวุ้นมาพอก ทำแบบนี้วันละ 3 ครั้ง วิธีนี้ขอแนะนำว่าควรทดสอบอาการแพ้ของคุณก่อนว่าคุณแพ้ว่านหางจระเข้รึเปล่า โดยการนำไปทาที่แขนก่อนว่าเกิดอาการคัน หรือเป็นผื่นแดงรึเปล่า
ชนิดที่ 6.เห็ดชุมเทศ
ใบของเห็ดชุมเทศจะช่วยในการฆ่าเชื้อโรคและช่วยต้านเชื้อราได้
วิธีการทำ
1.นำใบและก้านสด 1 กำมือ นำมาต้มน้ำ
2.เคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 วิธีนี้แนะนำให้ทำวันละ 2 ครั้ง คือเช้ากับเย็น
ชนิดที่7. ว่านมหากาฬ
ว่ายมหากาฬจะช่วยในการถอนพิษ บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ทำให้เย็นและยังช่วยรักษาพิษอักเสบอีกด้วย
วิธีการทำ
1.นำใบว่านมหากาฬมาโขลกแล้วมาผสมกับเหล้าขาว
2.พอกบริเวณที่เป็นฝี
หรือ
1.นำส่วนหัวของว่านมาตำและพวกฝี หรือนำไปฝนกับน้ำปูนใสทาบริเวณที่เป็นฝี วันละ 3-4 ครั้งนั่นเอง
ชนิดที่ 8. เทียนบ้าน
เทียนบ้านเราจะใช่ส่วนที่เป็นใบในการช่วยรักษาฝี คือจะช่วยในการฆ่าเชื้อโรค และยังสามารถค่าเชื้อที่เป็ฯสาเหตุของการเกิดโรคผิวหนังได้อีกด้วย
วิธีการทำ
1.ใช้ใบสดและดอกสด 1 กำมือ ตำแล้วนำไปพอกบริเวณที่เป็นฝี หรือคั้นเอาส่วนที่เป็นน้ำทาบริเวณที่เป็นฝี วิธีนี้แนะนำให้ทำวันละ 3 ครั้ง
ชนิดสุดท้าย ชนิดที่ 9. เมล็ดต้อยติ่ง
เชื่อเลยว่าเมล็ดนี้หลายคนคงเคยเล่นกันใช่ไหมคะ เด็ดเมล็ดออกมาแล้วเอาไปโยนลงน้ำแล้วจะระเบิด อ่าเคยกันใช่ไหมล่ะ 555 ไม่ใช่ประเด็นเนอะ ประเด็นก็คือเมล็ดต้อยติ่งช่วยดุดหนอง และบรรเทาอาการปวด และยังทำให้แผลหายเร็วขึ้นอีก
วิธีการทำ
1.หยดน้ำลงในเมล็ดต้อยติ่ง เมล็ดจะพองออกแผ่ติดกัน
2.นำมาพอกบริเวณหัวฝี (เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้น)
เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับคนที่เป็นฝีต่อไปนี้คุณก็จะไม่ทรมานกับการเป็นอีกฝีอีกต่อไป เพราะเราได้นำสมุนไพรไทยที่แก้อาการได้จริงข้างต้นมาฝาก ถ้าท่านอยากให้อาการหายลองทำตามที่เราแนะนำสิคะ รับรองจะไม่เกิดปัญหาการเกิดอีก สมุนไพรอย่างเดียวคงไม่พอนะคะถ้าคุณไม่รู้จักทำร่างกายของคุณให้สะอาดอยู่เสมอ และควรรับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ด้วยนะคะ
ที่มา - http://www.thaijobsgov.com/jobs=51945


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น